Feeds:
Posts
Comments

Archive for September, 2011

 

SRAN Comics เกิดจากความคิดที่ว่า “ความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูลควรเริ่มจากตนเองเสียก่อน” จึงเป็นที่มาให้มีการสร้างสื่อที่เข้าใจและเข้าถึงได้แก่ผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

เนื่องด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้นและ เป็นผลให้ข้อมูลทั้งดีและไม่ดี ที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์รวมถึงการใช้งานนั้นเข้าถึงเด็กและเยาวชนมาก ขึ้น ซึ่งจะพบว่าเด็กและเยาวชนในประเทศไทยนั้นยังขาดสื่อที่นำเสนอถึงความเข้าใจ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศอยู่ทางทีมงาน SRAN จึงร่วมกันคิดจนก่อให้เกิดเป็น SRAN Comics ขึ้นเมื่อเดือนกรกฏาคม 2553 ในรูปแบบการ์ตูนนำเสนอในเว็บไซต์ http://www.sran.org อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งและหยุดลงเนื่องจากขาดผู้สนับสนุนและทีมปฏิบัติงานใน การนำเสนอ 

จากนั้นไม่นานหลังจากที่ได้หยุดนำเสนอลงในเว็บไซต์ http://www.sran.org ก็ได้มีเสียงเรียกร้องจากผู้ในแวดวงการให้มีการกลับมาทำอีกครั้ง

 

 

Picture 6จนเมื่อเดือนมกราคม 2554 จึงได้มีการปรับปรุง SRAN Comics ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ว่าเราควรมีสื่อที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ สร้างความเข้าใจแรกให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เพื่อให้เกิดภูมิปัญญา และมีความตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้ พร้อมทั้งการความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการใช้งาน ด้วยการ์ตูนที่นำเสนอนั้นมีสีสัน ลายเส้นที่สดใส มีชีวิตชีวาเหมาะสำหรับการสื่อให้เด็กได้เข้าใจถึงพิษภัยต่างๆในการใช้ อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ SRAN Comics

1. ต้องการสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามทางด้านข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร ในรูปแบบของสื่อที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่เรียกว่า “Information Security for Kids”

2. สร้างเสริมประสบการณ์ให้สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ให้เกิดความตระหนักรู้ทันถึงภัยคุกคามในโลกออนไลน์ (Information Security Awareness)

3. จัดทำเป็นชุดการ์ตูนโดยมีเนื้อเรื่องที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย เป็นตอนสั้นๆ ที่สื่อถึงการป้องกันภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์
เว็บไซต์ SRAN Comics ที่ http://comic.sran.org

Advertisements

Read Full Post »


FIRST Help : แผนที่สถานการณ์ เพื่อใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ “Crisis map” เป็นแนวคิดที่จะช่วยเหลือผู้คนผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตสำหรับแจ้งเบาะแส และทำให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลได้ทราบเพื่อเตรียมรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

ตั้งแต่ ช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทยของเราประสบปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่ เป็นระยะๆ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม ถนนหลักใช้การไม่ได้ ดังนั้นกำลังเพียงเล็กน้อยของทีมงานเราได้แค่เพียงการจัดทำเทคโนโลยีเพื่อ ช่วยแจ้งเบาะแส ผ่านแผนที่สถานการณ์เพื่อช่วยบอกตำแหน่ง กำหนดจุดเกิดเหตุ และ สืบค้นหาข้อมูลย้อนหลังในแผนที่สถานะการณ์ได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ได้อีกด้วย อีกทั้งมีการส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น ผ่านเว็บไซต์ ผ่านโปรแกรมมือถือ ซึ่งปัจจุบันเรามีการส่งผ่านมือถือเฉพาะ Android ซึ่งสามารถ download ได้ในเว็บไซต์ http://firsthelp.me ซึ่งในการส่งข้อมูลนั้นสามารถส่งได้ทั้งเป็น SMS , วิดีโอ , รูปภาพ ข่าวที่ผ่านช่องทาง RSS Feed จากเว็บไซต์ข่าว หรือ ช่องทาง Twitter และ Social Network ได้อีกด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม

http://nontawattalk.blogspot.com/2011/09/sran-first-help.html

ภาพตัวอย่างระบบแผนที่สถานการณ์ SRAN Firsthelp
เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการแจ้งเตือนภัย ให้ครอบคลุมปัญหาต่างๆ ทางทีมงานพัฒนา SRAN จึงทำเป็น 5 หมวดหมู่ ดังนี้
1. ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งแยกได้เป็นภัยพิบัติ ดังนี้- ภัยที่เกิดจากน้ำท่วม
– ภัยที่เกิดจากพายุ
– ภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว
– ภัยที่เกิดจากสึนามิ
– ภัยที่เกิดจากไฟไหม้ป่า
– ภัยแล้ง
– ดินถล่ม
– ฝนตกหนัก
ภาพหน้าจอ Firsthelp : ที่แสดงถึงแผนที่สถานการณ์สำหรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
2. การแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน
3. เกี่ยวกับสาธารณูปโภค ประกอบด้วย น้ำไม่ไหล , ไฟฟ้าใช้การไม่ได้ , ถนนหลักไม่สามารถใช้งานได้ , ระบบสื่อสารขัดข้อง เป็นต้น
4. เหตุด่วนเหตุร้าย เช่น การแจ้งคนหาย , อุบัติเหตุ การลักขโมยทรัพย์สิน และการแจ้งเบาะแส อื่นๆ
เมื่อ ผู้ใช้งานที่ต้องการแจ้งเหตุส่งข้อความมายังระบบ First Help จะทำประมวลความถูกต้องโดยต้องมีทีมปฏิบัติการคอยตรวจสอบความถูกต้องข้อมูล ถึง 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอน รับรองข้อมูล (Approve) และ ขั้นตอน ยืนยันข้อมูล (Verify) เพื่อให้ข้อความที่ปรากฏในระบบรับแจ้งเหตุได้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
เมื่อข้อมูลที่ผ่านการรับรอง (Approve) จะขึ้นปรากฏที่หน้าเว็บไซต์ http://firsthelp.me และผ่านเข้ามือถือระบบ Firsthelp Android
ภาพหน้าจอรายงานผล
SRAN First Help มีความยินดีที่จัดทำระบบนี้ให้กับหน่วยงาน / เอกชน / ราชการ ที่สนใจต้องการระบบแผนที่สถานการณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งเหตุ และเบาะแสอื่นๆ ที่พึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สามารถติดต่อทางเราได้ที่ info@gbtech.co.th เรายินดีรับทำระบบแผนที่สถานการณ์ให้พร้อมระบบแจ้งเตือนผ่านมือถือต่อไป

Read Full Post »

การระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับองค์กรที่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (LAN) ซึ่งมีความจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากไม่มีการระบุตัวตนผู้ใช้งานแล้วก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ เป็นใคร และหากมีการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นในองค์กรแล้ว ก็จะสร้างปัญหาไม่น้อยหากไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ ทั้งยังอาจจะมีผลต่อกฏหมายในด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย

ทีมพัฒนา SRAN ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการระบุตัวตน จึงได้พัฒนาและจัดทำระบบระบุตัวตนในรูปแบบใหม่ โดยใช้ code name ในการพัฒนาว่า “SRAN Caribou” ซึ่งเป็นระบบระบุตัวตนในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) ผ่านระบบ Cloud Computing โดยองค์กรผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทุนซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม จึงช่วยประหยัดต้นทุนและสร้างความปลอดภัยด้านข้อมูลสารสนเทศให้กับองค์กรมากขึ้น

เหตุผลที่เลือกใช้ “SRAN Caribou” ในการระบุตัวตนผู้ใช้งาน

1. ประหยัดงบประมาณ
ปัจจุบันหน่วยงานขนาดกลางและเล็กในประเทศไทยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้างร้าน หรือโรงเรียน ยังขาดระบบระบุตัวตนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สาเหตุสำคัญคืองบประมาณในการจัดทำค่อนข้างสูง เนื่องจากการจัดทำระบบระบุตัวตนนั้นยังจำเป็นต้องใช้เครื่องแม่ข่าย (Server) และอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูง
จากข้อจำกัดดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการออกแบบ SRAN Caribou ขึ้น ให้เป็นระบบ Cloud Computing เพื่อลดต้นทุนการระบุตัวตนผู้ใช้งาน จึงช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อไปได้มากเมื่อเทียบกับการจัดซื้ออุปกรณ์ระบบมาติดตั้งและใช้งานเอง เพราะผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องมีระบบ Radius Server หรือ Active Directory (Domain Controller) หรือติดตั้งซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์ใดๆ ก็สามารถใช้งานระบบ SRAN Calibou ได้

2. มีประสิทธิภาพ

การเก็บบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log File) ที่ดีนั้น ควรระบุได้ว่า ใคร (who) , ทำอะไร (what) , เวลาใด (when) , ที่ไหน (where) , อย่างไร (how) เพื่อให้สามารถสืบหาประวัติและร่องรอยในการกระทำความผิดจากการใช้ข้อมูลสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม
ในส่วน ใคร (who) นั้น หลายคนอาจคิดไปถึงเรื่องการระบุค่า IP Address หรือ MAC Address เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วหากเพิ่ม Account รายชื่อผู้ใช้งานเข้าไปด้วย จะยิ่งก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรมากขึ้น และระบุตัวตนผู้ใช้งานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งบริการในรูปแบบของ SRAN Calibou จะสามารถจัดทำ Account รายชื่อผู้ใช้งานให้องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. สะดวกสบาย
SRAN Caribou ถูกออกแบบให้ระบุตัวตนผู้ใช้งานในรูปแบบของการให้บริการ ทำให้องค์กรที่เลือกใช้ SRAN Caribou ไม่ความจำเป็นต้องลงทุนติดตั้งซอฟต์แวร์และจัดหาเครื่องแม่ข่าย (Server) มาใช้ในองค์กรเพิ่มเติม จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการและการใช้งานได้เป็นอย่างมาก

ภาพที่ 1 แผนภาพการใช้งานระบบ SRAN Caribou สำหรับการระบุตัวตนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยSite 1 , Site 2 , Site 3 หมายถึง หน่วยงานหรือองค์กรผู้ใช้บริการ ซึ่งสามารถทำการระบุตัวตนได้โดยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไปยังศูนย์ Data Center ที่เป็นที่ตั้งของระบบ Cloud Computing ที่ใช้ SRAN Caribou อยู่ ทำให้แต่ละองค์กรสามารถระบุตัวตนผู้ใช้งานได้
ทั้งนี้ เมื่อมีการระบุตัวตนผู้ใช้งานขึ้นแล้ว จะต้องกำหนดผู้ดูแลในแต่ละไซต์งาน ขึ้นมา 1 account ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน และกำหนดสิทธิต่างๆ ในการบริหารจัดการการใช้งานภายในไซต์งานของตน

คุณสมบัติของระบบ SRAN | Caribou

1. สามารถบริหารจัดการ account ผู้ใช้งานแบบรวมศูนย์ได้โดยผ่านอินเทอร์เน็ต

2. สามารถออกรายงาน

–   ผลการ Login ตามรายชื่อ account เวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดการใช้งานอินเทอร์เน็ต และระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต

–   ปริมาณการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ต เช่น ปริมาณการ Upload และการ Download ซึ่งรายงานผลตามรายชื่อผู้ใช้งานภายในองค์กรได้

–   จัดเรียงลำดับการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน (Bandwidth) ได้

–   สืบค้นประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ตจากรายชื่อ account ได้

3. ผู้ดูแลระบบสามารถใช้งานผ่าน Web Portal กลางที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบ account ได้ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ดูแลระบบจึงไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

ตัวอย่างภาพหน้าจอ

ภาพที่ 2 แสดงหน้าจอระบบบริหารจัดการ จะพบว่ามีการจัดเรียงรายชื่อผู้ใช้งานระบบตามตัวอักษร   ระบุ username ที่ใช้ออกอินเทอร์เน็ต, ค่าไอพี (Private IP Address), ค่า MAC Address และวันเวลาที่เริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ต

ภาพที่ 3 แสดงรายงานปริมาณข้อมูลการใช้งาน (Bandwidth) ของผู้ใช้งานแต่ละคน ระบุปริมาณ Bandwidth ที่ใช้, ค่าไอพี (Private IP Address), วันเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดการใช้งานอินเทอร์เน็ต, ระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต, ปริมาณข้อมูล upload / download

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-982-5445 , e-mail : info@gbtech.co.th

ทีมพัฒนาวิจัย SRAN DEV

Read Full Post »


“ที่ไหนเน็ตเร็วบ้าง”

เป็นคำถามที่ทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นใหม่ของทีมพัฒนา SRAN ที่ชื่อว่า “Check Speed Me” เว็บไซต์http://checkspeed.me
ซึ่งเป็น Project ต่อเนื่องจาก CheckIP Me (http://checkip.me ตรวจสอบตนเองก่อนทำการเล่นอินเทอร์เน็ต)

1. ที่มา
จาก ที่ได้ทำการทดสอบอินเทอร์เน็ตในหลายๆเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการ พบ 3 ประเด็นที่ ทีมงาน SRAN Dev คิดอยากทำระบบตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) แบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม คือ

1.1 พบว่าในหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ยังไม่ตอบสนองในเรื่องการระบุตำแหน่งที่ตั้งของการทดสอบความเร็วได้อย่างถูก ต้องแม่นยำ หรือ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่

1.2 ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ (Script) ที่หลายเว็บไซต์ในประเทศไทยนำมาใช้ในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) เป็นของต่างประเทศทำเสียส่วนใหญ่ใช้ของ ookla net metrics เกือบทั้งหมดที่ให้บริการในประเทศ

1.3 เมื่อพบว่า ซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่ใช้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) มักนำเสนอด้วย Flash ดังนั้นหากใช้สมาร์ทโฟนบางยี่ห้อไม่สามารถรองรับการทดสอบความเร็วได้

ทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของทีมพัฒนา SRAN จึงได้จัดทำ Check Speed Me ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าว และที่สำคัญเมืองไทยเราจะได้มีซอฟต์แวร์ หรือ สคิปต์ ที่เป็นของคนไทยทำมาใช้กับงานในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Speed Test) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้บริการในการทดสอบความเร็วต่อไป

2. วัตถุประสงค์ ของการพัฒนา
2.1 มีความต้องการที่จะระบุตำแหน่งและพิกัด ของผู้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตได้อย่างอัตโนมัติให้มากที่สุด คลาดเคลื่อนจากตำแหน่งผู้ทดสอบความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร โดยไม่พึ่งระบบ GPS

2.2 จัดทำสถิติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ใช้งานที่ต้องการทดสอบความเร็วให้สามารถตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ในสถานที่ต่างๆได้ อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น

2.3 ทำระบบให้สามารถระบุค่าตำแหน่ง ค่าไอพี ค่าระบบปฏิบัติการ และค่าบราวเซอร์ เพื่อเป็นการจัดทำสถิติอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบริการของผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องมากขึ้น

2.4 รองรับระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบความเร็วได้เข้าถึงผู้ใช้งานมากขึ้น

2.5 สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ต้องการทำสอบความเร็วเน็ตของเครือข่ายตนเอง ก็สามารถดูประวัติการทดสอบและตำแหน่งพิกัดได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งออกเป็นรายงานผลอันแม่นยำมากขึ้น

3. วิธีใช้งาน
การใช้งาน Check Speed Me สามารถทำได้ 2 ทางคือ
– ผ่านเว็บไซต์ http://checkspeed.me
– ผ่าน Facebook Application http://apps.facebook.com/checkspeed

ซึ่งทั้งคู่มีการใช้งานเหมือนกัน เมื่อเข้าใช้บริการ Check Speed Me
3.1 ข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

– หากใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะ (PC) หรือ โน็ตบุ๊ค (Notebook) ควรใช้บราวเซอร์ (Browser) ที่ทันสมัย เช่น
หากใช้ Internet Explore จากระบบปฏิบัติการ Windows Microsoft ควรใช้ IE 8.0 ขึ้นไป
หากใช้ Firefox ควรใช้ Firefox 3.5 ขึ้นไป
หากใช้ Safari ควรใช้ version 5.0 ขึ้นไป
หากใช้ Chrome ควรใช้ version 5.0 ขึ้นไป
หากใช้ Opera ควรใช้ version 10.0 ขึ้นไป
ซึ่ง ในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วบราวเซอร์จะให้ผู้ใช้งานอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ให้โดย อัตโนมัติอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาในการใช้บริการ Check Speed Me สำหรับใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปทดสอบ

ในคอมพิวเตอร์ควรทำการ Allow location เมื่อบราวเซอร์ (Browser) จากคอมพิวเตอร์ หรือ จากมือถือ ได้ถาม เพราะส่วนนี้จะทำให้ทราบตำแหน่งที่ใกล้เคียงความเป็นจริงของผู้ใช้งานมาก ที่สุด คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากตำแหน่งผู้ใช้งาน

– หากใช้สมาร์ทโฟน / Tablet นั้นสามารถใช้บริการนี้ต้องเปิด Location Services ที่ชนิดบราวเซอร์ (Browser) ไว้ก็สามารถใช้งานได้ทันที

 

เมื่อได้เปิดเข้าเว็บไซต์ http://checkspeed.me จะเห็นว่าบราวเซอร์ถามให้คลิกเพื่อแชร์ตำแหน่ง ให้ผู้ใช้งานคลิก Share Location

การทดสอบความเร็วกดปุ่ม Click here! ระบบจะทำการ Loading เพื่อตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต

3.2 เมนูและการใช้งาน

เมนูใน Check Speed Me ประกอบด้วย
– Top Speed จัดเรียงสถิติผู้ให้บริการรายใดที่ทำการทดสอบความเร็วแล้วมีค่า Bandwidth สูงที่สุด
(786 x 512)

 

ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Top Speed จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

– Organization จัดเรียงค่าเฉลี่ย Bandwidth ตามรายชื่อหน่วยงาน / ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
การวัดค่าความเร็ว Bandwidth ในส่วนนี้จะเกิดจากการวัดจากค่าเฉลี่ย จากจำนวนครั้งที่ทดสอบโดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย

ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Organization จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

– Location คือจัดทำสถิตการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต ตามที่อยู่ของผู้ที่ทำการทดสอบ ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เราทราบว่า ตำแหน่ง / ที่อยู่ / สถานที่ ใดที่มีความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด ซึ่งค่าการจัดสถิติที่ได้นั้นเป็นค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ โดยทำการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย

ภาพแสดงผลสถิติในเมนู Location จากภาพเป็นผลการเก็บสถิตเริ่มต้นในวันที่ 22 เมษายน 2554

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็ถือว่าเป็นอีกผลงานหนึ่งที่ทีมพัฒนา SRAN ความตั้งใจและภูมิใจนำเสนอ
ช่วงนี้จึงอยากขอความร่วมมือ พี่น้องในสังคมออนไลน์ (Facebook Check Speed ME) ลองช่วยกันทดสอบกันหน่อย เพื่อว่าจะได้มีการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรมให้ดีขึ้นต่อไป

ขอบคุณครับ

Link ผลงาน SRAN พัฒนา ที่ได้จัดทำในรูปแบบ Web-base Application

SRAN Data Safehouse : http://safehouse.sran.net
SRAN Lookup : http://www.sran.org
Check IP Me : http://checkip.me
Protect your Link : http://sran.it
olo Mission invisible : http://olo.im

Read Full Post »